สร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร ขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ เป็นแนวทางสำคัญที่หลายหน่วยงานให้ความสำคัญเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศ โดยมีการพัฒนาระบบน้ำ การเสริมความเข้มแข็งด้านการตลาดสินค้าเกษตร การจัดโซนนิ่งพืชผล และการสนับสนุนการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและเสริมความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ

ระบบน้ำและโครงสร้างพื้นฐานเกษตร—หัวใจของการผลิตที่ยั่งยืน
สร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร เริ่มต้นจากการดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ โดยมีการผลักดันแผนพัฒนาระบบน้ำต้นทุน เช่น แหล่งเก็บน้ำ ระบบชลประทานอัจฉริยะ และการจัดการน้ำตามฤดูกาล เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในภาคการเกษตร
เสริมตลาด–เพิ่มโซนนิ่งพืชผล–ดันการแปรรูปเพิ่มมูลค่า
สร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรให้มีความเป็นธรรม โดยส่งเสริมระบบตลาดสมัยใหม่ การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค และการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรเพื่อเข้าตลาดต่างประเทศ
ในส่วนของ โซนนิ่งพืชผล (Crop Zoning) ได้มีการผลักดันให้ปลูกพืชเหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและเพิ่มคุณภาพผลผลิต ขณะเดียวกันยังสนับสนุน การแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่า อาทิ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ ข้าว ผลผลิตปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัย ซึ่งถือเป็นแนวทางเสริมรายได้ให้เกษตรกรในระยะยาว
สรุป สร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร
การเดินหน้าด้าน สร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร ผ่านการพัฒนาระบบน้ำ เสริมตลาด จัดโซนนิ่ง และเพิ่มการแปรรูปสินค้าเกษตร ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางอาหารของประเทศ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในอนาคต

