นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแผนป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาว
นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมสตูล
วันนี้ (6 ธ.ค. 2568) นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังจังหวัดสตูลเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายอำเภอ โดยได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนโดยตรง
ในระหว่างการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ประสบภัย พร้อมทั้งให้กำลังใจและรับปากว่ารัฐบาลจะเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงจะมีมาตรการฟื้นฟูบ้านเรือนและทรัพย์สินที่เสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้
แผนรับมือและป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว
นายกรัฐมนตรีได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำให้มีการวางแผนรับมือและป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ดังนี้
- เร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง
- จัดเตรียมศูนย์พักพิงและสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ
- ศึกษาและวางแผนการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว
- ปรับปรุงระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- พิจารณาโครงการสร้างแก้มลิงและพื้นที่รับน้ำ
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสตูล
จากรายงานพบว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสตูลเกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในอำเภอเมือง ละงู และทุ่งหว้า ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายพันครัวเรือน บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย
ขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นและทหารได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงการอพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย
ความเชื่อมโยงและแนวทางแก้ไขในอนาคต
การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลต่อปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุม การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การขุดลอกคูคลอง การสร้างพื้นที่แก้มลิง รวมถึงการวางผังเมืองที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

