รายได้จากเสื้อผ้ามือสอง กำลังเป็นประเด็นที่ผู้ค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ความสนใจ หลังหลายคนตั้งคำถามว่ารายได้จากการขายสินค้ามือสองเข้าข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ โดยกรมสรรพากรได้ออกมาชี้แจงหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ค้าและประชาชนเข้าใจแนวทางภาษีอย่างถูกต้อง
สรรพากรชี้ รายได้จากการค้าขายต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย
กรมสรรพากรระบุว่า หากการขายเสื้อผ้ามือสองเป็นการขายต่อเนื่องในลักษณะธุรกิจ หรือมีรายได้เป็นประจำ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องนำรายได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากเป็นการขายของใช้ส่วนตัวเป็นครั้งคราว ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ ก็อาจไม่เข้าข่ายต้องเสียภาษีในลักษณะการค้าขาย
พ่อค้าออนไลน์ร้านมือสองควรจัดทำบัญชีรายรับให้ชัดเจน
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีแนะนำให้ผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้ามือสอง โดยเฉพาะผู้ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ควรจัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถคำนวณภาษีได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงหากมีการตรวจสอบข้อมูลรายได้จากหน่วยงานรัฐในอนาคต

ธุรกิจมือสองเติบโตตามเทรนด์รักษ์โลก
ตลาดเสื้อผ้ามือสองเติบโตต่อเนื่องจากกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทำให้มีผู้ค้ารายใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโต แต่ผู้ประกอบการควรดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายภาษีเพื่อความยั่งยืน
โดยสรุป หากขายเป็นธุรกิจควรยื่นภาษีให้ถูกต้อง รายได้จากการขายเสื้อผ้ามือสอง หากดำเนินการในลักษณะธุรกิจหรือมีรายได้ต่อเนื่อง ควรนำรายได้เข้าสู่ระบบภาษีตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ


